มองพฤติกรรมของคนผ่านกราฟเพื่อทำเงิน

Written by on March 20, 2017

The Man Money Way

ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ผมได้มุ่งมั่นแสวงหาความรู้เหมือนคนทั่วไป ดังเช่นที่ผู้ใหญ่กรอกหู ปลูกฝังให้เราต้องเรียนสูงๆ จะได้มีงานที่ดี เงินเดือนเยอะๆ ชีวิตต่อไปจะไม่ต้องลำบาก

พูดง่ายๆก็คือ ไปแสวงหาให้มีความรู้ และนำเอาความรู้นั้นไปทำงานเพื่อแลกเงิน ทบทวนอีกครั้ง กว่าจะได้เงินมาก็ต้องลงทุนทางการศึกษาก่อน จากนั้นจึงค่อยนำความรู้นั้นไปลงมือทำให้เป็นผลงาน เพื่อแลกกับค่าจ้างในรูปแบบของเงิน

เรียนให้สูงไว้ ชีวิตจะได้ไม่ลำบาก

จนวันหนึ่งชีวิตได้ร่ำเรียนและสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า)ตามที่หวังไว้

แสวงหาความรู้เพื่อใช้ไปทำงานแลกเงิน

จากนั้นนำความรู้ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะวิชาพฤติกรรมองค์กร (Organiztion Behavior)ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการภายในองค์กร ทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ หรือเรียกให้ดูดีว่า Teamwork  เพื่อช่วยสร้างผลงานให้กับองค์กรได้เติบโต มีผลประกอบกิจการที่ดี ซึ่งองค์กรก็จะตอบแทนกลับในรูปแบบของค่าจ้าง และความก้าวหน้า จนมาจบที่ตำแหน่งสุดท้ายของสายงานในองค์กรคือ Executive Vice President ระหว่างนี้มีคำถามให้ครุ่นคิดตลอดว่า

เมื่อความเจริญก้าวหน้ามาถึงยุค 4G กำลังเคลื่อนเข้าสู่ 5G คือยุคที่คนสื่อสารกันบนโลกออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ ใช้เงินสดน้อยกว่าเงินดิจิตอล ส่งไฟล์ข้อมูลใหญ่ๆให้กันได้ในชั่วพริบตา

โลกเปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แต่มนุษย์งานยังต้องทำงาน 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลย หรืออาจจะเปลียนแปลงเพียงเล็กน้อยนั่นก็คือ มนุษย์งานยังคงต้องเดินทางฝ่าการจราจรที่ติดขัด เพื่อทำงาน 8 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น ทุกๆวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตได้สวนทางกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบบสุดๆ

มาถึงวันนี้ ผมได้ละทิ้งอาชีพผู้บริหารระดับสูงในองค์กรระดับประเทศ ที่ใครๆหลายคนมองว่ามั่นคง หันมาใช้ความรู้ด้านพฤติกรรมมนุษย์ที่มีอย่างเชี่ยวชาญ จากเดิมที่เคยใช้มันไปทำงานเพื่อแลกเป็นตัวเงินจากองค์กร

ตอนนี้ ผมได้เอาความรู้นั้นมาสร้างเป็นเงินเลย โดยที่ตัดขั้นตอนการเดินทางไปทำงานเพื่อแลกเงินออกไป ซึ่งตรงนี้คืออิสระอย่างแท้จริง เพราะเราได้เวลาของเรากลับคืนมา  พูดง่ายๆคือเราไม่ต้องไปกักขังตัวเอง หรือขายเวลาของเราเองให้กับองค์กรอีกต่อไป

หากอ่านตั้งแต่ต้นจนมาถึงบรรทัดนี้ ท่านคงอดสงสัยไม่ได้ว่าผมมีวิธีการทำอย่างไร วิธีการก็ไม่ยาก โดยผมใช้ความรู้ด้านพฤติกรรมมนุษย์มองผ่านกราฟแท่งเทียนที่เขาซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา(Foreign Exchange)ซึ่งแตกต่างจากนักลงทุน (Trader)ทั่วไปมอง

ชีวิตมิใช่เกิดมาแค่เรียน ทำงาน เกษียณ หมดเวลา แล้วก็ลาจากโลกไป

พูดให้ชัดๆก็คือ คนทั่วไปเขามองกราฟราคาที่มันวิ่งเคลื่อนที่จากราคาหนึ่งไปยังอีกราคาหนึ่ง  แต่ผมมองพฤติกรรมของคน 3 กลุ่ม (นักลงทุนฝั่งผู้ซื้อ นักลงทุนฝั่งขาย และฝั่งของเจ้ามือหรือธนาคารกลางสหรัฐที่เรียกว่า FED) ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ก่อนที่มันจะสะท้อนออกมาเป็นรูปแบบกราฟราคาซื้อขาย ดังที่ทุกคนเห็นเช่นเดียวกันทั่วโลก

ผมใช้ทักษะอ่านอารมณ์ความกลัวของคน 3 กลุ่ม ที่ตลาดสร้างขึ้น ได้แก่

นักลงทุนฝั่งขายเขากำลังคิดอย่างไร และกำลังจะทำอะไร

นักลงทุนฝั่งซื้อ เขากำลังคิดอย่างไร และกำลังจะทำอะไร

ฝั่งของเจ้ามือ เขากำลังคิดอะไร และจะทำอย่างไรเพื่อให้เงินจากนักลงทุนทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายไปพร้อมๆกัน

เมื่อผมอ่านพฤติกรรม อารมณ์ ความกลัวของคนผ่านกราฟแท่งเทียน มันทำให้ผมมองเห็นราคาเป้าหมายข้างหน้าที่กราฟจะวิ่งเคลื่อนที่ไปได้อย่างแม่นยำ ตรงนี้แหละคือจุดลงทุนเพื่อทำเงินให้ผมในแต่ละวัน ที่มากกว่ารายได้ประจำเสียอีก

โดยที่ผมเองไม่ต้องไปผูกเวลาของตนเองไว้กับองค์กร เอาเวลาอันมีค่าไปทำในสิ่งที่รัก ส่งมอบคุณค่าที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น พร้อมๆกับแบ่งปันให้ผู้อื่นได้เอาความรู้ไปแลกเงินโดยตรง และดำเนินชีวิตในแบบฉบับที่เขาควรจะเป็น

ไม่ใช่เดินตามวัฎฏะของชีวิตคือ เรียน ทำงาน เกษียณ หมดเวลา แล้วก็ลาจากโลกนี้ไปอย่างไร้ประโยชน์ โดยที่ยังไม่ได้ตอบแทนและส่งมอบคุณค่าอะไรให้กับคนรุ่นต่อไป

สิ่งที่เขียนถ่ายทอดเรื่องราวออกมาทั้งหมดนี้ มิได้มีนัยยะใดแอบแฝง นอกจากต้องการเป็นกำลังใจให้กับทุกคนได้กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองออกจากวิถีทางเดิมๆที่เป็นอยู่ ก่อนที่โลกมันจะเปลี่ยนแปลงคุณไปเสียก่อน

เป็นกำลังใจให้กับทุกชีวิตที่ยังมีลมหายใจเพื่อแสวงหาทางออกนะครับ

ก้าวย่าง อย่างอาจหาญ


Tagged as , , ,




Search